Create a CC.CC site!
No cost needed
No coding needed

Start now >>
Search by Name

Lure & Fishing
การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมของผม

การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมเป็นการพักผ่อนที่ผมชื่นชอบมาก และปลากระพงก็เป็นปลาเกมส์ที่ผมชอบมากที่สุดชอบมากชนิดที่ว่าลืมการตกปลาแบบอื่นๆ ไปเลยไม่ว่าจะเป็นการตกปลาสวาย ปลาบึก ปลาเกล็ด ฯลฯ  ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่เป็นต้องออกไปหาเรื่องฟาดเหยื่อปลอมในกล่องของผมซะอย่างนั้น

เนื่องจากผมเป็นมือตกปลามือสมัครเล่นไม่ใช่โปร ไม่เก่งกาจ แต่ผมแค่อยากจะมาแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆ ผมเลยจะมาเล่าเรื่องการตกปลาและเหยื่อปลอมในแบบของผมให้ทุกท่านอ่านเพลินๆหรือจะแนะนำเพิ่มเติมก็ขอขอบคุณด้วยละกันนะครับ

การตกปลากระพงด้วยเหยื่อปลอมของผมแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
1.ตกปลากระพงในหมายธรรมชาติ (บ่อเลี้ยงหอย บ่อเลี้ยงกุ้ง วัง ชายฝั่งทะเล ฯลฯ)
2.ตกปลากระพงในบ่อตกปลา

มาว่ากันที่การตกปลาในหมายธรรมชาติกันก่อนดีกว่าครับ

ตกปลากระพงในหมายธรรมชาติ  ผมยอมรับว่าประสบการณ์ของผมค่อนข้างน้อยกว่าหลายๆท่านเพราะเป็นมือสมัครเล่นและหมายตกปลาธรรมชาติก็มีอยู่น้อยมากที่ตัวผมเองจะเข้าถึงได้  การตกปลาในหมายธรรมชาติของผมจึงไม่ค่อยจะเป็นหมายธรรมชาติเท่าไหร่ และการตกปลาในหมายเหล่านี้ด้วยเหยื่อปลอมส่วนมากผมจะได้ตัวบ้างไม่ได้ตัวบ้างหรือบางทีก็กินแห้วออกบ่อยไป   แต่ถึงยังไงผมก็พอจะมีประสบการณ์อะไรพอมาเล่า กล้อม ๆ แกล้ม ๆ ฟังเพลินๆ กันได้ครับ(ตามประสามือสมัครเล่น)

     การตกปลาในหมายธรรมชาติ  เหยื่อปลอมประเภทที่ผมใช้มีดังนี้
          1.เหยื่อ เจิร์คเบท
          2.เหยื่อผิวน้ำ
          3.เหยื่อกลางน้ำ

         มาที่อันแรก เหยื่อเจิร์คเบท
         เหยื่อเจิร์คเบทที่ผม(เคย)ประสบความสำเร็จในหมายธรรมชาติได้แก่
          1. เหยื่อฮาร์ดเบท    
          2. เหยื่อซอฟท์เบท  

           เหตุผลที่ผมเลือกเหยื่อเจิร์คเบท
           เหยื่อเจิร์คเบทแบบไวเบรชั่นเป็นเหยื่อที่ผมใช้ได้ผลที่สุดกับปลากะพงในหมายธรรมชาติ  ซึ่งอันนี้มาจากประสบการณ์ของผมเท่านั้น  บางท่านอาจจะแย้งว่าเหยื่อแบบอื่นๆได้ผลกว่าอันนี้ไม่ว่ากัน  เพราะมันเป็นประสบการณ์ของผมที่ได้สัมผัสมาจากการไปตกปลาหมายธรรมชาติแถวมหาชัย สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา  และตามบ่อเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงหอย บ่อเลี้ยงปลา เท่าที่ผมเคยมีโอกาสสัมผัส ก็ปรากฏว่า เจ้าเหยื่อเจิร์คเบทเป็นเหยื่อที่ช่วยให้ผมได้ตัวใต้น้ำมาหลายต่อหลายครั้ง  อาจจะเป็นเพราะแอคชั่น ความสั่นสะเทือนของเหยื่อ และขนาดที่ไม่ใหญ่มาก  ชนิดของเหยื่อที่มีขนาดพอสมเหตุสมผล ทำให้ผมได้ตัวปลากะพงจากหมายธรรมชาติด้วยเหยื่อประเภทนี้มากที่สุด
          แนะนำเกริ่นมาซะขนาดนี้ ทีนี้มาดูกันว่าเหยื่อเจิร์คเบทและไวเบรชั่นที่ผมใช้มีอะไรบ้าง
            
           เหยื่อเจิร์คเบทที่ผมใช้
เหยื่อเจิร์คเบทและไวเบรชั่นที่ผมใช้เป็นของที่ราคาไม่แพงเลยแต่อย่างใดครับ  ไวเบรชั่นในกล่องตกปลาของผมก็มี เบิร์คเล่ย์เฟรนซี่หัวตัดหัวสีเหลือง  ราพาล่าแรททลิ่น(สีปรอทหลังดำ) ราพาล่า ฮัสกี้เจิร์คสีทองเหยื่อวอเตอร์ มอนิเตอร์ของแจคเกิ้ลบรอส  เหยื่อจำพวกมินนาวของโยซูริ เป็นตัวหลัก นอกนั้นก็มีกระดี่เหล็กจากค่ายสยามสปูน กระดี่อรัญหัวแดง หรือ เหยื่อไวเบรชั่น Glassic ของ R2S แต่ถ้าเป็นเหยื่อไวเบรชั่นของญี่ปุ่นอย่าง  Duel Yozuri  Megabass ก็ได้ผลดีครับ แต่ผมไม่ค่อยหยิบมาใช้เพราะถ้าขาดหายไปก็เสียดายแย่เลย    
          
         เทคนิคและวิธีการ
         อันนี้มาจากประสบการณ์ของผมล้วนๆ อาจจะไม่เหมือนวิธีตกปลาในตำราที่ไหน  สำหรับผมแล้วเหยื่อปลอมแบบไวเบรชั่นพวกนี้ผมสามารถใช้ตีในหมายธรรมชาติได้ทั้งวันไม่จำเป็นต้องเลือกเวลาเหมือนเหยื่อประเภทอื่นหรือเหยื่อผิวน้ำ  ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่ายเย็น บอกตรง ๆ ว่าผมเคยได้ตกแล้วตัวมาหมดแล้วในทุกช่วงเวลาที่ว่ามาด้วยเหยื่อไวเบรชั่น  (ยกเว้นกลางคืนนะครับที่ผมไม่เคยตกปลาในเวลานี้) เชื่อไหมว่าผมเคยตีเหยื่อไวเบรชั่นในบ่อเลี้ยงกุ้งกับพรรคพวกที่ใช้เหยื่อป๊อบเปอร์ ตีแข่งกันช่วงเย็นที่เขาว่ากันว่าเหยื่อป๊อบเปอร์ช่วงเย็นจะได้เปรียบ   แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่าพรรคพวกที่ตีป๊อบเปอร์เสียพนันผมกันหมดทุกคน ทั้งที่ผมตีไวเบรชั่นอยู่คนเดียวแต่กลับได้ตัวปลามากกว่าพรรคพวกอีก 3 คนที่ตีป๊อบเอามารวมกันเสียอีก(ขออนุญาตโม้นิดหน่อยพอเป็นน้ำจิ้ม)
           เทคนิคการตีเหยื่อไวเบรชั่นในหมายธรรมชาติ ผมจะไม่นิยมตีเหยื่อให้ลงลึกถึงหน้าดิน  จะเอาแค่ลึกจากผิวน้ำลงไปสักระดับหนึ่ง อาจะซัก 3-4 ฟุตลงไปจากผิวน้ำ  หรือในระดับกลางน้ำโดยใช้ประสบการณ์ในการหาความลึกด้วยการวัดระยะจากสายที่ออกไปจากรอก  เหตุผลที่ผมไม่นิยมตีเหยื่อในระดับหน้าดินที่ลึกที่สุดในหมายธรรมชาติด้วยเหยื่อไวเบรชั่นก็เพราะว่า  ผมไม่อยากเสี่ยงที่จะสูญเสียเหยื่อปลอมอันเป็นที่รักไปเพราะอุปสรรคใต้น้ำซึ่งผมไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใต้น้ำนั้นมันมีอะไรบ้าง       เว้นแต่เรามั่นใจว่าใต้น้ำนั้นไม่มีอะไรจริงก็ไปอย่างแต่การตกปลาด้วยเหยื่อปลอมในหมายธรรมชาติเราจะต้องเดินตีเหยื่อไปทั่วเพื่อขยายขอบเขตการตกปลาของเราและการตกปลาในหมายธรรมชาติของผมแต่ละครั้งผมก็ไม่ได้ไปตกในหมายเดิมๆ ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ  ผมจึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าอุปสรรคใต้น้ำจะมีอยู่ตรงนั้นหรือหายไปแล้ว หรืออาจจะมีขึ้นมาใหม่ในตอนไหนก็ได้  
การตกปลาด้วยเหยื่อเจิร์คเบทของผมนั้น ผมใช้วีธีการที่แสนง่ายแค่ตีเหยื่อออกไปให้เลยเป้าหมายนิดหน่อยแล้วเจิร์คเข้ามา  หรือบางทีก็ลากเฉยๆ ก็ได้   ผมเคยได้ปลากระพงด้วยการลากเหยื่อเฉย ๆ มาก็หลายครั้งเหมือนกันครับ
           หมายธรรมชาติแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันในทุกที่  การตีเหยื่อไวเบรชั่นต้องอาศัยประสบการณ์ของเทคนิคเฉพาะตัวเข้าช่วย  แต่เทคนิคที่ผมอยากแนะนำคือการตีเลาะตลิ่งช่วงเวลาเย็น     ผมได้ตัวกระพงด้วยการตีเลาะตลิ่งบ่อยที่สุดคือช่วงเย็นครับซึ่งเป็นไม้เด็ดที่ผมใช้ปราบป๊อบเปอร์มาแล้ว  ผมเคยตีเลาะตลิ่งช่วงเวลาอื่นก็เคยได้ตัวนะครับ แต่ถ้าได้บ่อยที่สุดของผมก็ช่วงเย็นนี่แหล่ะครับ วิธีการที่ผมใช้ก็เล่นไม่ยาก คือตีเหยื่อเลาะตลิ่งด้วยการตีเหยื่อให้ไลน์ขนานกับขอบตลิ่งแล้วด้วยการเจิร์คเหยื่อเบาๆ ให้เหยื่ออยู่ในระดับลึกจากผิวน้ำไม่เกิน 1 - 2ฟุตเน้นว่าอย่าเจิร์คแรง ถ้าจะลากเหยื่อเฉย ๆ
ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด  โอกาสที่จะเจอปลาที่ซุ่มหากินอยู่แถวนั้นเข้าชาร์จเหยื่อที่ดีส่วนมากจะเป็นช่วงเวลาเย็นครับ  เหยื่อที่แนะนำให้เล่นแถวตลิ่งก็จะเป็นเหยื่อเจิร์คตัวเล็ก ๆ เช่น มินนาว  แอลมินนาว  ฮัสกี้เจิร์ค และเหยื่อไวเบรชั่นตัวเล็ก ๆ อย่างแรททลิ่นเป็นต้น  

           เอาล่ะครับ ทีนี้มาพูดถึงเหยื่อเจิร์คเบทตัวต่อมา ที่ผมแนะนำคือเหยื่อซอฟท์เบทหรือปลายางนั่นเอง
        
         เหตุผลที่ผมเลือกเหยื่อซอฟท์เบทปลายาง
           ง่ายมากครับ  เหตุผลที่ผมเลือกเหยื่อยางเป็นเหยื่อสำหรับการตกปลากะพงในหมายธรรมชาติก็เพราะว่าผมเคยลองใช้ตีไม้แรกแล้วดันได้ตัวเลยน่ะสิครับ  อันนี้มาจากประสบการณ์เองผมเคยเจิร์คเหยื่อปลายางหรือบางทีก็กรอสายลากเหยื่อเข้ามาเฉย ๆ แต่ไม่ช้ามาก  คือต้องกรอแบบมีความเร็วในระดับหนึ่งที่รู้สึกว่าปลายคันรับรู้ถึงความสั่นของปลายางแล้วพอดีปลากระพงดันชาร์จเหยื่อเข้าตอนนั้นกระโดดตูมเลยครับ  งานนี้ผมก็เลยจำทริคนี้มาใช้ตลอด    ส่วนมากหมายที่ผมประสบความสำเร็จด้วยเหยื่อยางจะเป็นหมายแบบ บ่อเลี้ยงกุ้ง วัง บ่อเลี้ยงหอยส่วนหมายอื่นๆ นอกจากนี้ผมยังไม่เคยตีปลายางเลย เช่นพวกป่าชายเลนแบบนี้ผมก็ไม่เคยตีปลายางแล้วได้ตัวเหมือนกันครับ
        
เหยื่อซอฟท์เบทที่ผมใช้
             1.ปลายางสตรอม ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว  ผมจะเลือกใช้ปลายางสีเขียว หรือสีเขียวลายบั้ง  แต่ถ้าขนาด 3 นิ้ว ผมจะเลือกใช้สีชมพู
             2. ปลายางคาร์เพนเตอร์ ทรงปลาหมอ สีเขียวกับสีฟ้าของร้านลุงโอ๋
             3. หนอนสีขาวใส่หัวจิ๊กติดพู่สีแดงดำ
                 ปลายางที่ผมใช้ทุกตัวจะต้องมีเบ็ดสามทางที่ใต้ท้อง  เพราะโอกาสในการกัดติดของปลาจะมีเยอะกว่าและการตกปลาในหมายธรรมชาติ ผมจะเน้นให้ได้ตัวแบบชัวร์ ๆ เพราะการตกปลาในหมายธรรมชาติใช่ว่าจะมีโอกาสเจอตัวกันได้ง่าย ๆ นะครับ  หลายครั้งที่ออกทริปไปแล้วอาจจะต้องรับประทานแห้วก็มีบ่อย  ถ้าปลาชาร์จเหยื่อเราทั้งทีต้องเน้นชัวร์เอาให้ได้ตัวไว้ก่อนครับ

             เทคนิคและวิธีการ
             เล่นง่ายๆ ไม่ซับซ้อนครับ อย่างแรกก็ตีเหยื่อปลายางให้มันตกลงเลยเป้าหมายที่เราต้องการและคิดว่าน่าจะมีปลาโดยตีเหยื่อลงน้ำเลยเป้าหมายไปสักเมตรหรือ 2 เมตร ปล่อยให้เหยื่อจมถึงพื้นแล้วก็เจิร์ค  (ไม่ต้องกลัวขาดครับเพราะปลายางราคาถูกแล้วผมก็มีเยอะด้วยสิ)   ถ้าบริเวณที่เราตกปลาเป็นเขตที่มีน้ำไม่ลึกมากนัก ผมจะใช้ปลายางตัวเล็กๆ  เจิร์คเหยื่อโดยการกระตุกปลายคันเบาๆ ทิ่มปลายคันลง    แต่ถ้าเป็นหมายที่มีน้ำลึกผมจะเลือกใช้ขนาดปลายาง 2- 3 นิ้ว   และใช้วีธีเจิร์คหรือตวัดปลายคันขึ้นแบบถี่ ๆ เพื่อสร้างความสนใจให้กับปลา     แต่การเจิร์คแบบถี่ๆ นี่จะเมื่อยมือและเสียพลังงานมากหน่อยนะครับ  

             หมายธรรมชาติ หรือหมายที่เป็นบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงหอย เลี้ยงกุ้ง วัง ฯลฯ อะไรพวกนี้ ผมประสบความสำเร็จกับการตกปลากะพงด้วยปลายางไม่มากเท่ากับการตกด้วยเหยื่อไวเบรชั่น ซึ่งอันนี้คงต้องแล้วแต่ประสบการณ์ของใครของมัน และจากประสบการณ์ที่ผมเคยพบ ผมเคยได้ปลากะพงจากการลากปลายางด้วยการหมุนเข้ามาเฉย ๆ  ก็มีครับ แต่การลากเหยื่อด้วยการกรอเฉยๆนี้ผมจะใช้เหยื่อปลายางขนาดไม่เกิน 1 นิ้วเป็นส่วนมาก  เอาปลายางเล็กตีเลาะตลิ่งแล้วลากมาเรื่อย ๆ เฉย ๆ  แบบนี้แหล่ะครับ  แถมบางทีอาจจะมีโอกาสได้เจอปลาล่าเหยื่อชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกันครับ    
ส่วนการตีหนอนนั้น ผมจะตีหนอนให้เลยเป้าหมายที่ต้องการแล้วหมุนกรอเข้ามาช้าๆ ให้หนอนเดินช้าๆเรี่ย ๆ หน้าดินไปเรื่อย ๆ  แต่ผมได้ปลาจากวิธีการนี้ไม่บ่อยนัก แถมระยะหลังแทบจะไม่ได้ใช้เทคนิคนี้เลย เพราะหมายบางแห่งผมตีไปแล้วหนอนไปติดพวกสตรัคเจอร์ใต้น้ำ       ขาดบ่อยและปลาหลุดง่ายเพราะหนอนจะไม่มีเบ็ด3 ทาง  ดังนั้นหนอนจึงเป็นตัวเลือกอันดับท้ายๆของผมเสมอในการตกปลาหมายธรรมชาติ

           ช่วงเวลาที่ผมเคยได้ปลาจากเหยื่อยางคือช่วงกลางวัน บ่าย และเย็น  ส่วนตอนเช้าอันนี้ผมไม่ทราบจริงๆเพราะยังไม่เคยลองตีเหยื่อยางในหมายธรรมชาติในตอนเช้าเลย  เพราะส่วนมากผมจะไม่ค่อยมีเวลาตกปลาในช่วงเช้า หรือถ้าบางครั้งผมเกิดมีโอกาสตกช่วงเช้า เหยื่อผิวน้ำอย่างป๊อบเปอร์จะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของผมมากกว่าครับ

เอาล่ะครับ การตกปลาด้วยเหยื่อเจิร์คเบทในหมายธรรมชาติก็จบไปแล้ว ทีนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของเหยื่อปลอมผิวน้ำในหมายธรรมชาติกันบ้างดีกว่าครับ

การตกปลาหมายธรรมชาติด้วยเหยื่อผิวน้ำ

ในหมวดของเหยื่อผิวน้ำจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1.เหยื่อ Top water
2.เหยื่อ  Floating  
เหยื่อทั้ง2 ประเภทในหมวดผิวน้ำนี้ที่ผมใช้เป็นเหยื่อแบบฮาร์ดเบททั้งหมด (เพราะว่าผมไม่มีเหยื่อซอฟท์เบทแบบผิวน้ำน่ะครับ หรือถ้าใครมีเหยื่อซอฟท์เบทแบบผิวน้ำก็โปรดอนุเคราะห์เอามาแชร์ประสบการณ์กันบ้างครับ  ว่าแต่มีใครจะมีบ้างป่าวเนี่ย)

เหตุผลที่ผมเลือกเหยื่อผิวน้ำแบบ Top water และ Floating
                ตอบง่ายมากครับ  เพราะผมมีเหยื่อทั้ง 2 ประเภทนี้ในกระเป๋ากล่องตกปลาของผมนั่นเอง   และพอลองตีเหยื่อแล้วเคยได้ตัว  ก้มีแค่นี้แหล่ะครับเหตุผลของผม
         เหยื่อ Top water ที่ผมใช้
             เหยื่อ Top water ที่ผมใช้แล้วติดใจมากที่สุด คือ เฟรนซี่ป๊อบสีเหลืองของเบิร์คเล่ย์ครับ  เพราะว่าน้ำหนักดีตีไกลไซส์เหยื่อก็พอดีปากปลากะพงในบ้านเราคำเดียวอิ่มสบายท้อง เฟรนซี่ป๊อบนี่ถือเป็นเหยื่อผิวน้ำตัวโปรดของผมเลย  นอกนั้นก็มี เหยื่อราพาล่า สกิ๊ตเตอร์ป๊อบสีแดง  เหยื่อเพนซิลสีเหลืองทองท้องสีออกเหลืองอ่อนของ ชัวร์แคท ยาวประมาณ 9 cm ที่มีหน้าตาและแอคติ้งเหมือนแซมมี่แทบไม่ผิดเพี๊ยน   ราพาล่า สกิ๊ตเตอร์วอล์คสีเทาลายบั้ง Deps buzzjet สีเขียวดำลายบั้ง และก็ Popmax
                    
เทคนิคและวิธีการ      
เรื่องของเทคนิคและวิธีการใช้ ผมไม่อยากเอาหนังสือไปสอนสังฆราชเลยจริงๆพับผ่าเถอะ  ถ้าเป็นเหยื่อป๊อบเปอร์ผมก็ตีป๊อบเปอร์แบบที่เขาตีกันทั่วไปน่ะแหล่ะครับ  ก็คือตีให้เหมือนปลาจิบ ปลาบาดเจ็บ ปลาหนีตาย ปลาลนลาน ปลาลุกรี้ลุกรน สารพัดจะเรียกขานอาการเหล่านี้   ผมจะตีเหยื่อป๊อบเข้าหาฝั่งบ้าง ตีปลาจิบเลาะตลิ่งบ้าง ให้เกิดเสียงเหยื่อกระทบน้ำ ดังบ๊วบๆๆๆ ฟังแล้วมีความสุขมากครับ (แม้ปลาจะไม่กินเหยื่อก็เถอะ)  แต่ถ้าเป็นป๊อบแม๊ค อาจจะใช้วิธีตีป๊อบให้เสียงดังๆ กินน้ำเยอะๆ แล้วหยุดสัก 2 -3 วินาที แล้วตีต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ ก็ดีเหมือนกัน   ช่วงเวลาที่ตีป๊อบในหมายธรรมชาติที่ดีมาก ๆ ของผมคือช่วงเช้า และอีกทีก็ช่วงเย็นๆ ตอน 4 – 5 หรือ 6 โมงเย็น ส่วนช่วงอื่นผมแทบจะไม่เคยตีป๊อบเลย   เพราะอย่างว่า ช่วงเวลาอื่นผมมัวแต่ไปตีเหยื่อไวเบรชั่น เหยื่อปลั๊ก หรือเหยื่อฮาร์ดเบทประเภทอื่นเสียมากกว่า
                
           ส่วนพวกเหยื่อเพนซิล 9 เซนต์ หรือสกิ๊ตเตอร์วอล์ค 8 เซนต์  อันนี้ก็เหมือนกันเลยครับ จริง ๆ ผมไม่อยากแนะนำวีธีการตีเหยื่อให้ฟังเลยเพราะว่านักตกปลาส่วนใหญ่ก็คงจะตีเหยื่อประเภทนี้เป็นกันหมดแล้ว  ก็เอาเป็นว่าตีเหยื่อเพนซิลด้วยการกรอสายแล้วกระตุกมือเบาๆ ให้ตัวเหยื่อเลื้อยซ้ายหรือขวา แต่อย่าตีให้เหยื่อมันเลื้อยแรงเกินไป ตีให้ดูเหมือนปลาจริงๆดีกว่า  จากประสบการณ์ของผมปลากระพงในหมายธรรมชาติเวลากัดเหยื่อพวกนี้จะกัดเต็มที่แทบไม่ระแวงเลย  ผมเคยตกปลากระพงได้ในบ่อเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงปลาแถวสมุทรสาคร ด้วยเหยื่อเพนซิล แต่สำหรับราพาล่าสกิ๊ตเตอร์วอล์คนั้น ผมไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักผมเคยได้กระพงครั้งเดียวจากเหยื่อตัวนี้ หรืออีกอย่างก็คือ ผมอาจจะให้เวลากับเหยื่อตัวนี้น้อยไปหน่อย หรือไม่ก็เพราะความ”อ่อน” ของผมเองน่ะครับ

ส่วนเหยื่ออีกตัวที่ผมโปรดปรานมากที่สุดแต่แทบจะไม่พบความสำเร็จเลยคือ Deps buzzjet ปลาใบพัดจอมเลื้อยที่ผมยกเครดิตให้คนออกแบบว่าคิดได้ยังไง สุดยอดจริงๆ เลื้อยก็สวย เสียงก็ดัง  เอามาตีแบบป๊อบผิวน้ำก็ได้  ผมเคยลองเอาเหยื่อตัวนี้ไปตีในหมายธรรมชาติ เคยมีปลากัดแค่หนเดียวแต่ไม่โดน ไม่รู้ว่าเป็นปลาอะไร ด้วยความที่มันเป็นเหยื่อที่มีน้ำหนักมาก พอตีได้ซักพักก็จะเหนื่อยเมื่อยมือ สุดท้ายก็ไม่ไหว  แต่ดูๆไปแล้วผมว่าถ้าเอาเจ้าเหยื่อ Deps buzzjet ไปตีตามเขื่อนหวังเล่นปลาชะโดล่ะก็ ผมว่ามันน่าจะหวังผลได้มากกว่าเอามาเล่นปลากระพงนะครับ

               เอาล่ะครับ หลังจากพูดถึงเหยื่อผิวน้ำแบบ Top water ไปแล้ว ทีนี้มาพูดถึงเหยื่อ Floating กันต่อเลยครับ
เหยื่อ Floting  ที่ผมใช้
ได้แก่ Deps Realizer jr. สีน้ำตาลหลังดำ  Rapala shadrap ดำตื้น สีเขียวลายบั้ง  เหยื่อญี่ปุ่น
สวิมเบท 3 ท่อน รูปปลาช่อนสีดำ ยาวประมาณ 9 cm ชื่อเหยื่อ Jazz  beat ½    เหยื่อ strom thunderstick สีฟ้าท้องขาว  เหยื่อ Gan craft Ssong 115  type F  Tonaco สีบรอนซ์หลังดำ และ Deps Realizer ไซส์ปกติ สีเขียวลายบั้ง ท้องสีส้ม และก็เหยื่อ River 2 Sea  Obese crank

                เทคนิคและวิธีการ      
ง่ายมากไม่มีอะไรเลยครับ  สำหรับเหยื่อฮาร์ดเบท หรือสวิมเบทแบบ Floating ผมใช้วิธีการกรอสายช้าๆ   สลับกับการกรอแขนหมุนของรอกจนครบ  2  รอบ    แล้วก็หยุดทิ้งเวลาประมาณ 5 วินาที   แล้วก็กรอใหม่2รอบ แล้วก็หยุด ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ  แบบ Deadsticking แต่ผมจะหยุดไว้แค่ 5 วินาที  หรือไม่ก็กรอสายแล้วรอให้เหยื่อลอยขึ้นมาโผล่หลังบนผิวน้ำแล้วก็กรอสายต่อไปอีก 2 รอบก็ได้   ปลาจะชาร์จเหยื่อจังหวะที่เราหยุดหมุนหรือบางทีก็ชาร์จช่วงกรอสายก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ผมเจอมาหมดแล้วครับ

การตกปลาด้วยเหยื่อ Floating ในบ่อเลี้ยงหอย วังกุ้ง เหยื่อที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จมากที่สุดคือเหยื่อ Deps Realizer jr และ Gan craft Ssong 115  type F  Tonaco สีบรอนซ์หลังดำ สาเหตุที่มันประสบความสำเร็จบ่อยที่สุดก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เป็นเพราะว่าผมหยิบเจ้าพวกนี้มาใช้บ่อยมากที่สุดและใช้เวลากับเหยื่ออื่นน้อยที่สุดแค่นั้นแหล่ะ  และจากประสบการณ์ของผม(คนเดียว)อีกเช่นกัน ที่ทำให้ผมพบว่าเหยื่อSsong 115  มันก็เป็นเหยื่อที่ปลาหลุดบ่อยที่สุดเหมือนกันครับ   ลองถ้าเอาเปอร์เซ็นต์มาเทียบกันแล้ว ผมว่าSsong 115 เป็นเหยื่อที่ปลาชาร์จแล้วมีโอกาสรอดสูงที่สุด   ส่วนเหยื่อตัวต่อมาที่ผมประสบความสำเร็จรองลงมาก็มี River 2 Sea Obese crank  ครับ  เจ้าเหยื่อตัวเล็กๆแบบนี้แหล่ะที่ทำให้ผมได้ปลามานักต่อนักแถมผมไม่ได้เอาเจ้า Obese crank มาเจิร์คแบบที่คนอื่นเขาทำด้วย  ผมใช้วิธีกรอลากเหยื่อ Obese crank เจ้าช้าๆ ครับ  ส่วนเหยื่อตัวอื่นๆ มี  strom thunderstick    นี่ก็ใช้กรอสายช้าๆลากเหยื่อได้หรือจะเอามาใช้เจิร์คผิวน้ำก็ได้  เหยื่อตัวอื่น ๆ นอกนั้นก็ประสบความสำเร็จรองลงมาแบบพอประปรายเฉลี่ย ๆ กันไปครับสำหรับหมายธรรมชาติ
-(1)
สวัสดีครับทุกคนที่เข้ามาเว็บผม
Address : GRDGRD, GDRGW,GDRGDR, Thailand, 60240 | Telephone : 052136523 | Email : | Instant messenger : DRGDRGRD (Yahoo!) | Name : RETWE WERFEWF | Company : ERGER


If you suspect illegal content or abuse, please report abuse.